ความสำคัญของโช้คอัพรถยนต์

  • 96

ความสำคัญของโช้คอัพรถยนต์

โช้คอัพรถยนต์ เป็นชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ที่มีผลต่อการขับขี่เป็นอย่างมาก เพราะโช้คอัพมีส่วนช่วยให้การขับรถเป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย นอกจากนี้ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยรองรับแรงกระแทกของตัวถังรถ ลดแรงสั่นสะเทือนของรถ อีกทั้งยังช่วยหน่วงน้ำหนักในการเคลื่อนที่ขึ้น-ลงให้กับรถยนต์ทั้งคันอีกด้วย ถ้าหากโช้คอัพรถยนต์เกิดปัญหา จะนำมาซึ่งการขับขี่ไม่นุ่มนวล รู้สึกแข็งกระด้างเมื่อขับรถผ่านหลุม เนิน หรือลูกระนาด และยังทำให้รถยนต์เสียศูนย์เมื่อใช้ความเร็ว และมีอาการโคลงเคลงเวลาเลี้ยวโค้ง ทำให้การควบคุมรถทำได้ยากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นสำหรับผู้ใช้รถยนต์ทุกคนควรรู้จักเรื่องโช้คอัพกันให้มากขึ้น รวมไปถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจทำให้โช้คอัพมีรถยนต์ปัญหา ซึ่งมีสาเหตุอะไรบ้างมาดูไปพร้อมๆ กัน

โช้คอัพรถยนต์คืออะไร

โช๊คอัพ หรือ (Shock Absorber) เป็นอุปกรณ์ไฮดรอลิคสำคัญที่ช่วยในการรองรับแรงกระแทก ลดแรงสั่นสะเทือนของรถยนต์ ทำให้เวลาขับรถถนนที่ไม่ราบเรียบให้มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น และดูดซับแรงกระแทกได้ดี การที่มีโช๊คอัพจะช่วยให้การขับขี่มีความสะดวกสบายและมีความปลอดภัยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีหน้าที่หน่วงการเคลื่อนที่ขึ้นลงของตัวถังรถยนต์ เพื่อให้ล้อรถยนต์สัมผัสกับผิวถนนตลอดเวลาขณะรถวิ่ง โดยการควบคุมการยุบและการสั่นของสปริง หรือแหนบและเปลี่ยนการสั่นสะเทือนจากพลังงานกลให้เป็นพลังงานความร้อน ซึ่งการดูแลโช้คอัพจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก ถ้าอยากให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ใช้งานรถยนต์เป็นประจำ

ประเภทของโช้คอัพรถยนต์

โช๊คอัพรถยนต์ที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

  1. โช๊คอัพระบบน้ำมัน

โช๊คอัพระบบน้ำมัน เป็นโช๊คอัพที่ทำงานด้วยระบบไฮดรอลิคโดยในช่วงที่โช๊คอัพทำงานอยู่ น้ำมันไฮดรอลิคจะไหลผ่านวาล์วภายในลูกสูบ ทำให้เกิดฟองอากาศ หลังจากนั้นฟองอากาศดังกล่าวจะแตกและจะทำให้เกิดการทำงานของโช๊คอัพที่ผิดปกติ ส่งผลให้รถยนต์เสียการทรงตัวในขณะที่ใช้ความเร็วสูงได้

  1. โช๊คอัพระบบแก๊ส

โช๊คอัพระบบแก๊ส เป็นโช๊คอัพประเภทนี้จะได้รับความนิยมมากโดยการทำงานร่วมกันของแก๊สไนโตรเจนและน้ำมันไฮดรอลิค เมื่อโช๊คอัพทำงาน ลูกสูบจะมีการเลื่อนตัวลงไปยังด้านล่างของกระบอกสูบและไหลขึ้นผ่านวาวล์ไปยังห้องน้ำมันที่อยู่ด้านบน ในขณะที่มันอีกส่วนหนึ่งก็จะไหลลงด้านล่างเพื่อไปพักตัวอยู่ในห้องน้ำมันสำรองซึ่งหลังจากนั้นแก๊สไนโตรเจนก็จะเกิดการอัดตัวทำให้มีแรงดันในการอัดน้ำมันไฮดรอลิคกลับไปยังกระบอกลูกสูบ โดยสามารถแบ่งประเภทของโช๊คอัพระบบแก๊สออกได้เป็นอีก 2 ชนิด ดังนี้

 

โช๊คอัพแก๊สแรงดันต่ำ สามารถอัดแรงดันไว้ได้ประมาณ 10-15 กก./ตร.ซม

โช๊คอัพแก๊สแรงดันสูง สามารถอัดแรงดันไว้ได้ประมาณ 20-30 กก./ตร.ซม. โดยโช๊คอัพประเภทนี้จะไม่มีห้องน้ำมันสำรอง ทำให้ต้องเก็บน้ำมันไฮดรอลิคเอาไว้ในกระบอกสูบด้านบนและเปลี่ยนมาอัดแก๊สไนโตรเจนที่บริเวณด้านล่างของกระบอกสูบแทน

ถ้าหากโช้คอัพเสียหายจะเป็นอย่างไร

โช้คอัพนั้นเป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากๆ ของรถยนต์อย่างที่หลาย ๆ ท่านทราบกันดีว่าช่วยให้การขับรถยนต์มีความราบรื่น นุ่มนวล ไม่มีการกระเด้งขึ้น – ลง ตามแรงเหวี่ยงของถนน ถ้าหากโช้คอัพเกิดพังเสียหายก็อาจจะทำให้การควบคุมรถยนต์ทำได้ยากขึ้นมากๆ ทำให้การขับรถยนต์มีปัญหา ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง หากรถยนต์เสียการควบคุมเพราะโช้คอัพมีปัญหา ในช่วงที่ต้องขับรถเข้าโค้งรถยนต์จะทรงตัวได้ยากกว่าปกติ อีกทั้งยังรวมไปถึงปัญหาน้ำมันรั่วที่อาจต้องพบบ่อย ๆ เมื่อโช้คอัพเกิดปัญหา เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาข้างต้นแล้ว ทางที่ดีควรเลือกใช้โช้คอัพที่มีคุณภาพและควรเปลี่ยนโช้คอัพทุก 3 ปี หรือสามารถเช็กได้จากระยะทาง โดยเริ่มตั้งแต่ 50,000 – 100,000 กม. นอกจากนี้ยังสามารถเช็กสภาพการใช้งานของโช้คอัพได้ตั้งแต่ระยะทาง 20,000 กม. ขึ้นไป

สัญญาณบ่งชี้ว่าโช้คอัพรถยนต์เริ่มมีปัญหา

สำหรับผู้ที่ต้องการทราบถึงอาการโช้คอัพพังเป็นอย่างไรสามารถเช็กเบื้องต้นได้ ดีงนี้

ลองกดด้านหน้ารถยนต์แล้วปล่อย โช้คอัพที่ดีเมื่อออกแรงกดจะยุบตัว และคืนตัวเป็นระดับปกติทันที แต่หากว่ากดด้านหน้ารถยนต์แล้วเกิดอาการเด้งขึ้นลงหลายๆ ครั้งแสดงว่าโช้คอัพเสื่อมสภาพแล้ว ควรเปลี่ยนโช้คอัพใหม่ทันทีเพื่อความปลอยภัยในการขับขี่รถยนต์

เช็ครอยรั่วของน้ำมัน โดยสังเกตุบริเวณซีลโช้คอัพ ถ้ามีคราบน้ำมันเลอะอยู่บริเวณแกนโช้คอัพ แสดงว่ามีการรั่วซึมของน้ำมันเกิดขึ้น

ตัวโช้คอัพเกิดรอยบุบ รอยยุบ หรือมีลักษณะของการบิดเบี้ยวของกระบอกโช้ค หรือแกนโช้คมีอาการคดงอ

บริเวณหน้ายางของรถยนต์สึกไม่สม่ำเสมอเป็นบั้ง ทั้งที่ตั้งศูนย์ล้อถูกต้องแล้ว

หลังจากใช้งานรถยนต์เสร็จ หลังจากจอดรถให้ใช้มือสอดเข้าไปสัมผัสกับกระบอกโช้คอัพ ถ้าหากว่ากระบอกโช้คอัพมีความร้อน แสดงว่าโช้คอัพยังสามารถใช้งานได้อยู่ แต่ถ้าสัมผัสแล้วกระบอกโช้คอัพมีอุณหภูมิปกติ หรืออุณหภูมิไม่ร้อนเลย แสดงว่าโช้คอัพไม่มีการทำงาน

ขณะเริ่มออกตัวโดยใช้ความเร็วปกติ ถ้าหน้ารถเชิดขึ้น และขณะเบรกโดยใช้ความเร็วต่ำแต่หน้ารถทิ่มลง แสดงว่าโช้คอัพเริ่มเสื่อมสภาพแล้ว

รถยนต์มีอาการกระเด้งกระดอนขึ้นลง เมื่อรถวิ่งผ่านเพียงแค่เนินเล็กๆ หรือคอสะพาน ขณะขับขี่ทำให้มีความรู้สึกว่ารถยนต์สั่นและขับไม่นิ่มนวล เมื่อรถยนต์วิ่งด้วยความเร็วสูงมากกว่า (80กม./ชม.) เมื่อถูกลมปะทะด้านข้าง รถจะเสียการทรงตัวไปจากทิศเดิมมากผิด

สาเหตุหลักที่ทำให้โช้คอัพพังหรือเกิดความเสียหาย

สาเหตุที่โช้คอัพพังสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัยด้วยกัน แต่ปัจจัยหลัก ๆ ส่วนใหญ่นั้นมีดังนี้

การกระแทกอย่างรุนแรง เมื่อได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงจนโช้คอัพมีการแตกหรือรั่วซึม โช้คอัพจะไม่สามารถหน่วงการยืดหรือยุบตัวของสปริงได้อีกจ่อไป เมื่อล้อบดทับบนก้อนหินหรือตกหลุมสปริงจะมีการยุบ-ยืดตัว อย่างเต็มที่จนสุดระยะยุบ เป็นผลให้เกิดการกระแทกของชิ้นส่วนจึงเป็นสาเหตุที่อาจทำให้โชคอัพเกิดความเสียหาย

ควบคุมรถได้ยากกว่าปกติ สาเหตุอาจเกิดเพราะโช้คอัพไม่สามารถควบคุมสปริงได้ ทำให้ช่วงล่างรถยนต์เด้งจนลอยจากพื้นถนน ถ้าหากเกิดในขณะที่รถกำลังเข้าโค้ง ถึงแม้โช้คอัพจะเสียเพียงข้างเดียว แต่ผลที่เกิดขึ้นอาจทำให้รถเสียสมดุล และเสียการทรงตัวของรถทั้งคัน จนอาจถึงขั้นทำให้เกิดอุบัติเหตุ

ยางรถยนต์มีการสึกแบบผิดปกติ เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่บ่งถึงการเกิดสิ่งผิดปกติที่โช้คอัพได้เช่นกัน โดยการสึกจากโช้คอัพชำรุดยางจะมีลักษณะเป็นหลุม ๆ สึกเป็นช่วงๆ

สปริงทรุด การฝืนใช้โช้คอัพที่ชำรุด เป็นสาเหตุให้ช่วงล่างทั้งระบบเกิดการสึกหรอตามกันไป โดยเฉพาะสปริง เนื่องจากโช้คอัพไม่สามารถควบคุม ป้องกันการเคลื่อนที่ที่ผิดปกติของสปริงได้

วิธีดูแลรักษาโช้คอัพ

วิธีการดูแลรักษาโช้คอัพเป็นวิธีง่าย ๆ ที่จะช่วยให้โช้คอัพของเรามีอายุการใช้งานที่ยาวนานมากขึ้น และยังช่วยถนอมโช้คอัพไม่ให้ชำรุดก่อนถึงเวลาอันควรอีกด้วย การดูแลรักษาโช้คอัพมี ดังนี้

ไม่ควรบรรทุกของที่มีน้ำหนักมากจนรถยนต์รับไม่ไหวหรือมีน้ำหนักมากเกินไป เช่น กระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า บางครั้งเราอาจคิดว่าเก็บไว้ในรถจะทำให้สะดวกสบายมากขึ้น แต่ของเหล่านี้อาจส่งผลให้รถยนต์ของเรามีน้ำหนักมากเกินความจำเป็น เป็นสาเหตุให้โช๊คอัพมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง ซ้ำยังเปลืองน้ำมันอีกด้วย

เมื่อขับรถไม่ควรใช้ความเร็วเกินกว่ากำหนด เพราะจะส่งผลให้ช่วงล่างของรถยนต์เสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว บางครั้งการขับรถเหยียบลูกระนาด เจอหลุม แล้วเหยียบคันเร่งผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ผ่อนความเร็วรถ เป็นสิ่งที่ผิดมากๆ ดังนั้นเวลาเจอลูกระนาดเจอหลุมต่างๆ ควรชะลอรถแล้วค่อยๆ ขับผ่านไปอย่างนุ่มนวลจะช่วยรักษาโช๊คอัพของเราได้ดียิ่งขึ้น

หากจะต้องเดินทางไกล ควรเช็คช่วงล่างและยางลมของเราให้ดีก่อนจะออกเดินทาง ซึ่งการเช็คนั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการลองขับรถบนถนนเลียบทางตรงจากนั้นก็สังเกตว่าพวงมาลัยของเรานั้นตรงหรือไม่ถ้าหากตรง แสดงว่ายังดีอยู่แต่ถ้าหากไม่ตรง ควรจะไปตั้งศูนย์ใหม่ แต่ถ้าหากขับไปแล้วได้ยินเสียงกุกกักต้องรีบไปแก้ไข และในส่วนของโช๊คอัพ ควรตรวจคราบน้ำมันที่บริเวณโช๊คว่ามีการรั่วหรือไม่ เพราะระบบเหล่านี้มีผลต่อรถยนต์ของเราอย่างแน่นอน

 

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ

ความสำคัญของโช้คอัพรถยนต์ โช้คอัพรถยนต์ เป็นชิ้นส่วนสำค…

ความสำคัญของโช้คอัพรถยนต์ โช้คอัพรถยนต์ เป็นชิ้นส่วนสำค…